แผนการพิชิต Oroboros
Content
แผนการพิชิต Oroboros
สมุดบันทึกเก่าๆ เนื้อหาจำนวนมาก ถูกกาลเวลากัดกร่อนจนเลือนราง คราบอสูรของ Ahatopia ถูกผนึกเสร็จสิ้นแล้ว แต่ฉันยังสัมผัสได้ถึง... ▇▇ที่ไม่อาจยับยั้งได้ระหว่าง Path แล้วสักวันหนึ่ง "ปิติสุข" และ "ความโลภ" จะ▇▇ เขาจะต้องฟื้นคืนชีพที่นี่แน่นอน ดังนั้นฉันต้อง▇▇▇▇ รายการสิ่งที่ต้องทำ ข้อความท่อนหนึ่งที่เลือนรางไม่ชัดเจน สร้างเกมเทพดาราที่มีเพียงหนึ่งเดียว นักแสดงทั้งแปดไม่มีข้อโต้แย้งกับแผนนี้ เกมนี้ถูกถักทอขึ้นด้วยพลังของ "ปิติสุข" ต่อให้ฉัน▇▇ มันก็พอจะขับเคลื่อนต่อไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนนำรางวัลของมันไปใช้ เพื่อสำเร็จ... ... จัดการคราบอสูรที่เหลือ คุณพยายามเพ่งมองตัวอักษรเหล่านั้น แต่พวกมันกลับเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา ราวกับเม็ดทรายในโถงทางเดินไร้จุดจบ ราวกับว่าในสมุดเล็กๆ เล่มนี้ได้บันทึกเรื่องราวที่ยาวนานนับหมื่นปีเอาไว้ ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านี้คือกาลเวลา และเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ... Akivili หายตัวไปแล้ว แต่ฉันก็ยังหาร่างของเขาไม่พบ รวบรวมพลังปรารถนา ถูกนักแสดงที่มาทวงต้นฉบับเจอตัวเข้าอีกกกกแล้ว ดีนะที่ฉันอยู่เหนือกว่าก้าวหนึ่ง ... ฉันขอสาบานต่อต้นไม้แห่งการดำรงอยู่ คราวหน้าจะไม่ลงทุนสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว รอ ผู้ยังไม่มาเยือน... คนเขลาที่เคยปิติสุขที่สุดคนนั้น กลับมีสภาพแบบนี้ไปซะได้ เขาไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่เขาคิดจะใช้ประโยชน์นั่นก็เป็น... ... เอาการ์ตูนเล่มล่าสุดไปให้จิ้งจอกน้อย ลงทุนในโครงการอนุรักษ์ยีราฟของ Heldorin จนขาดทุนย่อยยับ ซื้อลอตเตอรี่สักใบเพื่อหาทุนหน่อยละกัน ฉันน่าจะทำตัวเด่นเกินไปหน่อย... รู้สึกเหมือนอีกไม่นาน จะต้องปลิดชีพตัวเองด้วยการโดนยิงเข้าที่หลัง 7 นัดยังไงยังงั้น รีบหาทางชิ่งดีกว่า ... ในที่สุด "Akivili" ก็ออกเดินทางอีกครั้ง ฉันใช้พลังปรารถนาที่สะสมไว้ เพื่อมอบของขวัญให้เด็กผู้หญิงสองคนนั้น... บางครั้งฉันก็หวังจริงๆ ว่าตัวเองจะเป็นเหมือนกับ Nous ที่มองเห็นโศกนาฏกรรมในแต่ละมุมได้ จากนั้นก็ไปหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น แต่... ขอโทษนะ นี่คือทั้งหมดที่ฉันสามารถทำได้แล้ว รวบรวมพลังปรารถนา ... ฉันเห็น{F#เธอ}{M#เขา}แล้ว ไม่ผิดแน่ การแสดงสุดท้ายกำลังจะเริ่มแล้ว สะสมพลังปรารถนาสำหรับการแสดงครั้งต่อไป อืม ชื่อของการ์ตูนก็เอาเป็น "ขบวนขนฟูสู่ขอบฟ้า" แล้วกัน! ไม่อยากส่งต้นฉบับเลย เบี้ยวดีมั้ยนะ ... ตามหาผู้วิงวอนที่เหมาะสม 8 คน ลืมเนื้อหาก่อนหน้านี้ไปแล้วแฮะ เอาเป็นว่า ไม่อยากส่งต้นฉบับเลย อ๊ากกกกกก ... Asat Pramad การที่เขาลงมาในเกมเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่... ถ้านักมายากลมีฝีมือดีพอ คนก่อกวนที่จะเปิดโปงมายากล ก็อาจกลายเป็นผู้ช่วยที่ทำให้การแสดงเข้มข้นยิ่งขึ้นได้ ... ปมเบาะแสถูกฝังเอาไว้แล้ว รอแค่ช่วงเวลาที่จะเปิดเผยเท่านั้น อย่างที่คิดไว้ มาตรการป้องกันภัยพิบัติที่ Pearl เตรียมไว้รับมือกับวิกฤต Fulwish แต่ไม่ได้ใช้ กลับมีประโยชน์ในภัยพิบัติจาก Asat Pramad และความโลภ ส่วนคนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Bragi แล้วกัน ยังไงเขาก็มีกุญแจสำรองของบาร์อยู่ ขอยืมพลังของ "อนุรักษ์" ในที่สุดก็หนีรอดจากเงื้อมมือของ Pearl มาได้ ทีนี้ฉันก็มีเหตุผลมากพอที่จะเลื่อนส่งต้นฉบับแล้ว ถ้าอยากจะปกป้องแดนสุขาวดีจากการปะทะกันของเทพดารา การคุ้มครองของ Qlipoth ก็เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย และเพื่อให้การแสดงครั้งนี้สำเร็จลุล่วง พวกเราก็ต้องการให้สายตาจากนครพันดาราจับจ้องมามากยิ่งขึ้น รับสมัครทีมงานหลังเวที ฝั่งสมาชิกของคณะละครจัดการง่าย ถึงฉันจะลืมแล้วว่าค้างต้นฉบับไว้เยอะแค่ไหน แต่ดีร้ายยังไง สถานะหัวหน้าคณะละครก็ยังพอเอาไว้ใช้ตบตาผ่านไปได้อยู่ ที่ยุ่งยากคือบาร์นั่นแหละ พวก Bragi ยังพอว่า แต่คนเขลาคนอื่นนี่สิ... ถึงอย่างนั้นฉันก็มีแผนเหมือนกัน แค่บอกพวกเขาว่า ฉันจะปลอมตัวเป็นเทพดาราแห่งปิติสุขไปปั่นหัวพวกนักแสดงโศกเล่น พวกเขาคงจะรีบแจ้นมาดูเรื่องสนุกกันแน่ๆ แม้ว่าบาร์จะเสื่อมลงเหมือนกับสิ่งมีชีวิตมากมายในปัจจุบัน ฉันก็ยังคงเชื่อว่า ยังไงก็ต้องมีคนเต็มใจก้าวไปบนเส้นทางที่ดีกว่า และตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีกว่า จัดการปัจจัยไม่แน่นอนอย่างสุดท้าย ถึงฉันจะชอบเซอร์ไพรส์ แต่ตัวแปรนั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในนครพันดารา อาจทำให้การแสดงพังไม่เป็นท่าก็ได้ ต่อให้พวกเราจะชนะ แต่ Planarcadia ก็คงจะถูก... ความแค้นย่อมมีต้นตอ หนี้แค้นย่อมมีเจ้าของ ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มใหม่อีกครั้ง เวรกรรมในอดีตก็สมควรสะสางให้จบสิ้นเสียที เริ่มเกมจันทร์มายาใหม่
